บทที่ 5 เมียบำเรอล้างหนี้ EP5
ราวกับถูกไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ท้ายทอย ดารินชาวาบไปทั้งร่าง แข้งขาอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นอีกรอบ นางเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าสามีที่บัดนี้ก้มหน้างุดหลบสายตาอย่างขี้ขลาด
“มะ...หมายความว่ายังไง โรงแรมด้วยเหรอ...คุณเอาโรงแรมที่สร้างมาด้วยกันไปจำนองด้วยเหรอ” ดารินเขย่าตัวสามีอย่างบ้าคลั่ง “ตอบฉันมา คุณไปเป็นหนี้คนพวกนี้เท่าไรกันแน่”
“ผม...ผมขอโทษที่รัก...ผมขอโทษ” เมธาเอาแต่พร่ำคำเดิมๆ อย่างคนขี้ขลาด
“ออกไปทะเลาะกันข้างนอก อย่ามาเกะกะขวางการทำงานของพวกฉัน” เข้มตวาดไล่อย่างไร้ความปรานี
“ฉันไม่ออก จนกว่าฉันจะรู้ความจริง” ดารินหันไปตวาดใส่ชายหน้าเหี้ยมอย่างลืมกลัว “บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ ว่าคุณสร้างหนี้ไว้เท่าไร”
“จะออกไปดีๆ หรือจะออกไปแบบมีแผลฮะ”
ชายชุดดำลูกน้องของเข้มชักปืนพกสีดำมะเมื่อมที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาโชว์ นิ้วกร้านแตะที่ไกปืนอย่างข่มขู่ พวกเขาเสียเวลากับผัวเมียคู่นี้มามากพอแล้ว และเวลาที่เจ้านายจะเดินทางมาถึงก็กระชั้นเข้ามาทุกที
เมื่อเห็นอาวุธปืน เมธาก็หน้าถอดสี สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานทันที เขารู้กิตติศัพท์ความโหดเหี้ยมของคนพวกนี้ดี สมัยที่คลุกคลีอยู่ในบ่อน เขาเคยเห็นลูกหนี้ที่พยายามเบี้ยวหนี้ถูกซ้อมจนปางตาย เลือดอาบสลบเหมือดคาตีนมาแล้วเพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู เขาไม่อยากให้ภรรยาต้องมาเจ็บตัวเพราะความโง่เขลาของเขา
“ไปเถอะที่รัก อย่าไปต่อล้อต่อเถียงกับพวกมันเลย” เมธารีบคว้าแขนภรรยา ออกแรงกึ่งลากกึ่งจูงให้เดินตามเขาออกไปทางประตูหน้าบ้านอย่างทุลักทุเล
ทันทีที่สองเท้าย่างก้าวพ้นประตูรั้วอัลลอยด์สีเหลืองทอง ดารินก็หยุดชะงัก นางหันหลังกลับไปมองตัวบ้านสีขาวสะอาดตาที่เคยเป็นวิมานของครอบครัวด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้บัดนี้ทะลักทลายลงมาอาบสองแก้มอย่างไม่อายใคร เจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องทนเห็นบ้านที่มาจากน้ำพักน้ำแรงตกเป็นของคนอื่น ปวดร้าวแทบขาดใจเมื่อตระหนักว่าต้นเหตุของความพินาศทั้งหมด คือผู้ชายที่นางรักและไว้ใจมอบอำนาจให้ดูแลการเงินเพียงลำพัง
เงินฝากหลายแสนบาทในบัญชีที่เขาหลอกให้นางถอนออกมา อ้างว่าจะนำไปรีโนเวทโรงแรมให้ทันสมัย แท้จริงแล้วเขาก็เอาไปถลุงในบ่อนจนหมดสิ้น
“ผมขอโทษนะที่รัก” เมธาพยายามจะเอื้อมมือไปจับไหล่ภรรยา แต่ดารินกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรังเกียจ
“หยุดพูดคำว่าขอโทษเสียที คำพูดพล่อยๆ ของคุณมันเรียกบ้าน เรียกโรงแรม เรียกอนาคตของครอบครัวเรากลับคืนมาได้ไหม” ดารินตวาดลั่น ยกกำปั้นขึ้นทุบตีแผงอกของสามีอย่างระบายแค้น “คุณเคยนึกถึงฉันกับลูกบ้างไหมฮะ แล้วนี่เราจะไปอยู่ที่ไหน จะให้ฉันบากหน้ากลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ของฉัน เพื่อให้พวกท่านสมน้ำหน้าว่าลูกเขยที่ท่านเตือนนักเตือนหนา สุดท้ายก็ทำลายชีวิตลูกสาวท่านจนหมดตัวอย่างนั้นเหรอ ฉันทำไม่ได้”
ดารินปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก ทรุดตัวลงนั่งยองๆ กอดเข่าร้องไห้อยู่ริมฟุตพาทหน้าบ้านอย่างคนสิ้นไร้ไม้ตอก
“ผมสัญญา ผมจะหาทางเอาทุกอย่างที่เป็นของเรากลับคืนมาให้ได้ เชื่อผมนะ” เมธารีบคุกเข่าลงข้างๆ พยายามให้คำมั่นสัญญา แม้ในใจจะรู้ดีว่ามันเป็นเพียงลมปากที่ไม่มีวันเป็นจริง หนี้ยี่สิบห้าล้าน หักลบบ้านและโรงแรมที่ถูกตีราคาแค่สิบล้าน เขายังเหลือหนี้ก้อนโตอีกตั้งสิบห้าล้านบาท
“เอากลับคืนมา ด้วยวิธีไหน ไปเล่นพนันเพื่อหวังจะรวยทางลัดอีกงั้นเหรอ” ดารินเงยหน้าขึ้นมาตวาดเสียงแหลม “บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ ว่าหนี้ทั้งหมดมันเท่าไร”
“ยะ...ยี่สิบห้าล้าน”
เสียงของเมธาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่ในความเงียบงัน มันกลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของคนฟัง
“คุณว่าไงนะ เท่าไรนะเมธา” ดารินเบิกตากว้าง ถลึงตาใส่สามีอย่างไม่เชื่อหู
“ยี่สิบห้าล้านบาท...ที่รัก ผมเป็นหนี้พวกมันยี่สิบห้าล้าน” เมธาหลับตา เค้นเสียงตอบให้ดังขึ้น ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความกลัว
หน้ามืด...โลกทั้งใบของดารินราวกับหมุนคว้างและดับวูบลง หนี้ยี่สิบห้าล้านบาท มันไม่ใช่เงินยี่สิบห้าบาทที่จะเดินไปขอยืมใครก็ได้ ลำพังแค่บ้านกับโรงแรม มันเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวของหนี้มหาศาลก้อนนี้ แล้วต่อจากนี้ชีวิตของนางและลูกสาวจะตกอยู่ในขุมนรกขุมไหน
“ที่รัก ดาริน” เมธารีบถลันเข้าไปประคองร่างบางของภรรยาที่ทำท่าจะหน้ามืดล้มพับลงไปกับพื้น
“อย่ามาแตะตัวฉัน” ดารินสะบัดตัวออกอย่างแรง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองสามีด้วยความเกลียดชัง “คุณทำแบบนี้ได้ยังไง ถ้าลูกเมย์กลับมา แล้วรู้ว่าไม่มีบ้านให้กลับ ไม่มีโรงแรมให้บริหาร อนาคตที่ลูกวาดฝันไว้ต้องพังทลายเพราะพ่อแท้ๆ ของตัวเอง ลูกจะรู้สึกยังไง”
หัวอกคนเป็นแม่ปวดหนึบเมื่อนึกถึงบุตรสาวเพียงคนเดียว เมธาวารีถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมราวกับเจ้าหญิง ไม่เคยต้องลำบาก ไม่เคยต้องเผชิญกับความโหดร้ายของโลกภายนอก แล้วเด็กสาววัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งเรียนจบ จะรับมือกับมรสุมชีวิตลูกใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร
“เหลือเวลาอีกหลายวันกว่าลูกจะกลับมา” เมธาพยายามหาทางออก “ผม...ผมจะพยายามกู้เงินนอกระบบ หรือไม่ก็ขอยืมเพื่อนๆ อย่างน้อยเราคงพอหาบ้านเช่าหลังเล็กๆ ให้ลูกอยู่ได้ไปก่อน”
“แล้วข้าวของเสื้อผ้าล่ะ เอกสารสำคัญต่างๆ ของลูกก็อยู่ในบ้านหลังนั้นทั้งหมด เราจะเข้าไปเอามาได้ยังไงในเมื่อพวกมันไล่เราออกมาตัวเปล่าแบบนี้”
“ผมจะหาทางเข้าไปคุยกับเจ้านายของพวกมันดู บางทีเขาอาจจะเมตตายอมให้เราเข้าไปเก็บของสำคัญ” เมธาเสนอทางออกที่ฟังดูเลื่อนลอย “แต่ตอนนี้ เราไปตั้งหลักที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของคุณก่อนเถอะนะที่รัก อย่างน้อยก็ให้มีที่หลับนอนคืนนี้”
เพียะ!
